ยามสายของวันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน ขณะกำลังนอนอืดดมฝุ่นอยู่บนเตียงเสียงมือถือก็ดังขึ้น
แม่: ตื่นยัง
Corinth: ห๊ะ? อื่อ ตื่นแล้ว (ก็รับแล้วจะไม่ตื่นได้ยังไงล่ะนั่น)
แม่: พาสปอร์ตหมดอายุรึยัง
Corinth: โหย ออกนอกประเทศครั้งสุดท้ายตอนม.1 ป่านนี้ขึ้นราไปแล้วมั้ง
แม่: แล้ววันนี้ไปไหนรึเปล่า
Corinth: ไปมหาลัย มีบรรยายพิเศษ
แม่: จะเสร็จกี่โมง
Corinth: ก็ประมาณบ่าย 4
แม่: แล้วพรุ่งนี้เลิกกี่โมง
Corinth: 3 ครึ่ง
แม่: ...บรรยายวันนี้สำคัญมั้ย
Corinth: ก็ไม่มีไรมาก จะโดดก็ได้ (น้ำเสียงยินดีเกินเหตุ)
แม่: งั้นโดดได้มั้ย จะพาไปทำพาสปอร์ต
Corinth: ห๊า?
และนั่นก็คือเรื่องที่เกิดขึ้น คุณแม่สุดที่รักจ่ายมัดจำค่าทัวร์เขมรไปแล้วประมาณ 5 พัน แต่พอดีตาได้รางวัลพ่อดีเด่นแล้วงานก็มีวันพ่อซึ่งเป็นวันกลับ ดังนั้นแม่เลยให้ไปแทน แต่โชคดีหน่อย(มั้ง)เพราะไปกะเพื่อนแม่กะครอบครัวแล้วก็คนรู้จักเค้า
ออกจากกรุงเทพตี 5 หลับตลอดทางตื่นอีกทีก็ถึงอรัญประเทศตอนประมาณ 9 โมงได้มั้ง กว่าจะออกจากไทย ผ่านตรวจคนเข้าเมืองของเขมรได้ก็11 โมงกว่ายืนต่อแถวจนรากงอก จากนั้นก็เดินทางระยะทาง 150 กม. เข้าเมืองเสียมเรียบ นั่งไปพุงก็กระเพื่อมไขมันก็กระจายตัวดี เหมือนได้ออกกำลังกะเครื่องปั่นพุงตลอด 2 ชั่วโมงกว่าคาดว่ากระดูกสันหลังคงเลื่อนขึ้นไปหลายข้อ
ภาพแรกของเขมร
เด็กแถวที่จอดรถบัส ไม่ได้ร้องไห้แต่คาดว่าฝุ่นคงเข้าตามากกว่า
ขับมาได้ครึ่งทางก็ต้องจอดล้างไส้กรองหรือไรซักอย่างเนี่ย เพราะฝุ่นเยอะมากถึงมากที่สุด ทำให้สงสัยว่าต้นไม้ริมทางมันจะสังเคราะห์แสงกันยังไงฝุ่นจับแดงหนาขนาดนั้น
โรงแรมที่พัก ชื่อ ลิน รัตนะ อังกอร์ โฮเทล
แถวห้องน้ำก่อนจะเข้าไปชมปราสาท...อืม..บันทายสรีมั้งถ้าจำไม่ผิด
อืม...บอกไว้หน่อยว่าภาพนี้มันภาพนรสิงห์กำลังฉีกอกอสูร ไม่ใช่กิจกรรมอย่างอื่นที่บางคนอาจจะมองผิด (ก็ไกด์บอกว่าบางคนคิดไปงั้นอ่ะ)
ปราสาทตาพรหม
ดอกไม้ในซอกหิน
เห็นไดโนเสาร์ม้าย
รากไม้ที่หน้าตาละม้ายคล้ายกิ้งก่าซ่อนอยู่ใต้ผืนทราย
เข้าโซนปราสาทบายน
เข้าสู่โซนนครวัดแล้ว เย้ ตอนเดินเข้าแอบฝนตกเล็กน้อยพอเป็นพิธี
นางอัปสรคนเดียวที่ยิ้มเห็นฟัน
โฉมหน้าลิงที่หมาแถวนั้นยังเกรง
ภาพนี้เห็นแล้วนึกถึงภาพเขียนของอียิปต์
to be cont.
edit @ 2006/12/10 00:31:29




